Category Archives: Premier League

โบอาสแย่แล้ว !!!

ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน สำหรับกุนซือหนุ่มไฟแรงอย่างอังเดร วิลลาช-โบอาส ที่ตอนนี้สถานการณ์ดูเหมือนจะไม่เป็นใจแก่กุนซือหนุ่มจากโปรตุกีสสักเท่าไหร่ หลังจากที่พ่ายแพ้ในศึก Super Sunday แก่ลิเวอร์พูลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ถึงแม้ว่าโบอาสจะได้มีโอกาสเข้ามารับงานที่สแตมฟอร์ด บริดจ์อีกครั้ง หลังจากที่เคยเป็นหนึ่งในทีมงานของโชเซ่ มูรินโญ มาก่อน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่โบอาสกลับเข้ามาร่วมงานที่เดอะบริดจ์ อีกครั้ง แต่คราวนี้เขากลับมาพร้อมกับการเป็นนายใหญ่ประจำทีม แน่นอนว่าโบอาสย่อมต้องรู้ดีว่ากฎการคุมทีมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ มีเพียงข้อเดียว นั่นคือห้ามล้มเหลว

อบราโมวิชเปลี่ยนกุนซือไปแล้ว 6 คนนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาเป็นเจ้าของทีม

ที่สำคัญต้องอย่าลืมว่าตั้งแต่โรมัน อบราโมวิช เข้ามาเป็นเจ้าของทีม จำนวนกุนซือชื่อดังน้อยใหญ่ หลายต่อหลายคนต่างก็โดน “เสี่ยหมี” เชือดคอมาแล้วทั้งนั้น เคลาดิโอ รานิเอรี, โชเซ มูรินโญ, อัฟราม แกรนต์, หลุยส์ เฟลิปเป้ สโกลารี, คาร์โล อันเชลอตติ และอังเดร วิลลาช-โบอาส ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม

แน่นอนว่าเกมที่สิงโตจากลอนดอนพ่ายแพ้ต่อลิเวอร์พูลคาบ้าน 1-2 นับเป็นการพ่ายแพ้เกมที่ 4 จากการลงเล่น 12 เกม นั่นเท่ากับว่าตอนนี้เชลซีแพ้ไปแล้ว 1 ใน 3 เหตุการณ์เช่นนี้ไม่สมควรเกิดขึ้นกับทีมใหญ่ และทีมที่อยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์อย่างเชลซี คงไม่ต้องบอกเลยว่าตอนนี้โบอาสกำลังเผชิญหน้ากับความกดดันขนาดไหน

มโนภาพอันสวยหรูของโบอาสในวันแรกที่เข้ามารับหน้าที่กุนซือใหญ่ ตอนนี้กลายเป็นฝันร้ายเสียแล้ว เอาง่ายๆ เชลซีแพ้ไปแล้ว 4 หากเจาะลึกลงไป 3 ใน 4 ที่พวกเขาพ่ายแพ้ พวกเขาพ่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล และลิเวอร์พูล หรือว่านี่จะเป็นสัญญาณบอกว่าโบอาสยังไม่นิ่ง และมือยังไม่เก๋าพอกับการคุมทีมเชลซี และการเผชิญหน้ากับคู่แข่งระดับเสือ สิงห์ กระทิง แรด ในเวทีพรีเมียร์ชิพ โอเคจริงอยู่ว่าเกมที่ลูกทีมของโบอาสพ่ายแพ้จะทำผลงานได้ดีก็ตาม แต่ความพ่ายแพ้ก็คือความพ่ายแพ้ 

โบอาสกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤต

แต่ถ้าหากมองอีกมุมหนึ่ง ผมรู้สึกเห็นใจโบอาสไม่น้อยเช่นกัน เพราะนี่คือฤดูกาลแรกของเขากับเชลซี และมันคงจะเป็นการคาดเดาที่เร็วเกินไปที่จะบอกว่าโบอาสไม่คู่ควรกับการคุมเชลซี ทั้งนี้ประเด็นอยู่ที่ว่าโบอาสจะแก้ไขปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะในแผงกองหลัง เมื่อในวันนี้เจที จอห์น เทอร์รี ไม่แข็งแกร่งเหมือนวันวาน ดาวิด ลุยซ์ ฟอร์มตกจนกลายเป็นบ่อน้ำมันบ่อใหญ่ และอเล็กซ์ ที่หมดอนาคตไปแล้ว และจะโดนปล่อยออกจากทีมในเร็ววันนี้

ปัญหาทั้งหมดนี้โบอาสไม่มีวันรู้และคาดเดามาก่อนได้ เมื่อฤดูกาลเริ่มเตะไป 12 เกม โบอาสก็คงจะทราบปัญหาที่เขากำลังเผชิญและต้องแก้ไขโดยด่วน อย่างเร็วที่สุดคือมกราคมนี้เลย หากจะว่ากันตามตรงโบอาสเองก็ค่อนข้างน่าสงสารไม่น้อย เมื่อนักเตะที่มีอยู่ในทีมล้วนแต่เป็นนักเตะประเภทขุนพลแก่ที่ไฟในตัวกำลังมอดไหม้ ไม่ว่าจะเป็นจอห์น เทอร์รี่, แอชลีย์ โคล, แฟรงค์ แลมพาร์ด และดิดิเยร์ ดร็อกบา นักเตะทั้งหมดที่ว่าล้วนผ่านจุดสูงสุดของตัวเองหมดแล้ว ตั้งแต่ยุคสมัยโชเซ่ มูรินโญ คิดดูว่ามันผ่านไปนานขนาดไหนแล้ว 

เมื่อนักเตะระดับซีเนียร์หมดไฟ พละกำลังถดถอย การจัดทีมของโบอาสก็ยากยิ่งขึ้นไปอีก ครั้นจะดรอปนักเตะระดับซีเนียร์ให้นั่งข้างสนามก็ไม่อาจจะทำได้ ครั้งจะสร้างทีมใหม่ในมกราคมนี้ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะคงไม่มีทีมใหญ่ทีมไหนอยากปล่อยนักเตะในการดูแลของตัวเองในช่วงหน้าหนาว และที่สำคัญใครจะไปคาดเดาใจของเสี่ยหมีที่ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เผลอ ๆ สิ่งที่อยู่ในหัวเสี่ยหมีตอนนี้คือการปลดโบอาส แล้วดึงเอาคนคุ้นเคยอย่างกุส​ ฮิดดิงมาคุมทีมเป็นคำรบที่ 2 ก็เป็นได้

จะบอกว่าข่าวลือเกี่ยวกับฮิดดิงที่ส่งตรงมาถึงอบราโมวิช และเชลซี มันไม่ใช่ข่าวลือที่ไม่มีน้ำหนัก แต่มันคือข่าวที่มีความเป็นไปได้อย่างยิ่ง หลาย ๆ อย่างมันประจวบเหมาะและลงตัวมาก เมื่อฮิดดิงว่างงานจากการประกาศลาออกจากการเป็นหัวเรือใหญ่ของทีมชาติตุรกี และผลงานของโบอาสก็ไม่ได้ดีอย่างที่แฟนเชลซีคาดหวังเอาไว้

ถึงตรงนี้แม้ว่าผมจะไม่ใช่สาวกของสิงโตน้ำเงินคราม แต่ขอยืนยันว่ายังไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะทำการปลดโบอาสออกจากตำแหน่งในตอนนี้ แต่เมื่อเจ้าของทีม ๆ นี้มีชื่อว่าโรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีมที่พร้อมตะบันคอกุนซือให้กุดได้ โดยไม่สนใจว่าเงินค่าทำขวัญจะกี่สิบล้านปอนด์ เสี่ยหมีคนนี้ไม่เคยแคร์หรอก 

และสิ่งสุดท้ายที่จะทำให้ข่าวลือทั้งหมดเกี่ยวกับอนาคตของโบอาส และข่าวลือเกี่ยวกับฮิดดิงยุติลงมีเพียงแค่ เชลซีภายใต้การคุมทีมของโบอาสจะต้องกลับมาทำทีมให้ชนะติดต่อกัน และกลับมาอยู่ในฟอร์มที่สุดยอด หรือไม่ก็กุส ฮิดดิงได้งานใหม่เท่านั้น หาไม่แล้วโบอาสนี่แหละจะต้องกลับไปเริ่มนับ 1 ใหม่ที่ไหนสักแห่งในโลกของฟุตบอล

Advertisements
Tagged , ,

25 ปีของป๋าเฟอร์กี้ และ 5 นักเตะที่ดีที่สุดจากการคัดเลือกของผมเอง

จอมคนแห่งสก๊อต เซอร์ อเล็กซ์ แชปแมน เฟอร์กูสัน

เชื่อว่าหลายคนคงจะทราบกันไปแล้วว่าวันนี้ครบรอบการคุมทีมปีที่ 25 ของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือแห่งวงการฟุตบอลอังกฤษ หรือจะเรียกว่าของโลกเลยก็ว่าได้ สำหรับผมไม่มีโอกาสที่ได้ดูเกมที่ป๋าเฟอร์กี้คุมเกมแรกหรอกครับ เพราะตอนนั้นผมยังไม่เกิดเลย HaHaHa

ตลอดระยะการคุมทีมของป๋าเฟอร์กี้ตลอด 25 ปี เราได้เห็นการผลัดเปลี่ยนของนักเตะ แผนการเล่นต่าง ๆ แทคติก รวมไปถึงโฉมหน้าค่าตัวของกุนซือคู่ปรับของเฟอร์กี้ในแต่ละยุคแต่ละสมัย แต่ที่สุดยอดนั่นคือ ป๋าเฟอร์กี้ยังคงยืนหยัดยืนยงอยู่เคียงข้างสาวกปีศาจแดง ชนิดที่ว่าไม่เคยจากไปไหนเลย (ถึงแม้ป๋าเคยคิดจะรีไทร์ก็ตาม)

สำหรับผมเริ่มติดตาม และขายวิญญาณเป็นสาวกเรด เดวิลส์ เมื่อปี 1995 ดังนั้นใน Entry นี้ผมจะคัด 5 นักเตะที่ผมได้มีโอกาสทันที่จะยลโฉมฝีแข้งของนักเตะเหล่านั้น ซึ่งผมไม่รู้ว่าจะถูกใจท่านผู้อ่านมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ 5 นักเตะ ที่ผมจัดออกมา ผมคัดเลือกออกมาจากใจจริง ๆ ส่วนท้าย entry นี้ ผมก็จะขออนุญาตจัด 11 นักเตะที่ผมชอบที่สุดตลอดกาล นับตั้งแต่ผมเชียร์แมนฯยูฯ ตลอด 16 ปีที่ผ่านมาครับ

ปีเตอร์ ชไมเคิล กับฉายาผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดของโลก

 

 

ปีเตอร์ ชไมเคิล

(ย้ายมาจาก บรอนด์บี้ ปี 1991 สนนค่าตัว 530,000 ปอนด์)

นี่คือนักเตะที่ผมจดจำได้ชัดเจนที่สุด ตั้งแต่ผมเริ่มดูฟุตบอลเกมแรกในปี 1995 ผมจำไม่ได้ว่าตอนนั้นแมนฯยูฯ ลงเตะกับทีมอะไร ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเกมที่เจอกับเอฟเวอร์ตัน สิ่งที่ผมรู้สึกได้ว่า ทำไมผู้รักษาประตูคนนี้ของยูไนเต็ดทำไมถึงเก่งนักวะ !!! ลีลาการเซฟประตู การหยุดลูกยิงต่าง ๆ ของกองหน้ายุคนั้น ไม่ว่าจะเป็น อลัน เชียร์เรอร์, คริส ซัตตัน, แมทธิว เลอ ทิสซิเอร์, สแตน คอลลีมอร์ และอื่น ๆ  อีกมากมาย ชไมเคิลสามารถป้องกันประตูได้อย่างยอดเยี่ยม และท้ายที่สุด โกล์ยักษ์ใหญ่จากเดนมาร์กก็ได้รับการยกย่องขึ้นแท่นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลก เหนือโอลิเวอร์ คาห์น ที่สุดยอดไม่แพ้กันในยุคนั้นได้อย่างราบคาบ และช็อตประวัตติศาสตร์นั่นคือ เกมนัดชิงฟุตบอลยุโรป 1999 กับบาร์เยิร์น ด้วยลีลาการตีลังกาฉลองการดีใจ

ช็อตประทับใจ : พาลูกทีมชูถ้วยบิ๊กเอียร์พร้อมป๋าเฟอร์กี้ ในชัยชนะเหนือบาร์เยิร์นที่ คัมป์ นู

 

 

 

 

 

 

 

คีโนกับถ้วยแชมป์พรีเมียร์ ชิพ

รอย คีน

(ย้ายจาก นอตติงแฮม ฟอร์เรสต์ ปี 1993 สนนค่าตัว 3.75 ล้านปอนด์)

สำหรับรอย คีน ค่าตัวของเขาเคยเป็นสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในเกาะอังกฤษ มาแล้ว นักเตะคนนี้ แฟน ๆ ยุคใหม่ก็น่าจะพอทราบกันว่าเคยเป็นอดีตกัปตันผู้ยืนยงอีกคนหนึ่งของทีม โดยคีนได้รับปลอกแขนกัปตันทีมต่อจากเอริค คันโตนา ก่อนที่จะส่งทอดต่อมาถึงแกรี่ เนวิลล์ เรื่อยมาจนถึงเนมันยา วิดิช แน่นอนว่านับตั้งแต่คีนย่างก้าวเข้าสู่รั้วโรงละครแห่งความฝัน เขาคือนักเตะที่ทุ่มเทให้กับสโมสรมากที่สุด ความมุ่งมั่น ได้ส่งผ่านมาถึงรุ่นน้องหลายคนของทีมในเวลาต่อมา ด้วยตำแหน่งที่คีนเล่นนั่นคือมิดฟิลด์ตัวรับ เราอาจจะติดภาพความเป็นขาโหดของคีโน่ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าปะทะ การเสียบสกัด แต่นั่นเป็นแค่บุคลิกภายในสนาม ส่วนในนอกสนามเขาเป็นคนเงียบ ๆ และไม่ชอบสุงสิงกับใครมากนัก ดังนั้นคีโน่แทบไม่เคยตกเป็นข่าวฉาวบนหน้าหนังสือพิมพ์เลย ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์ก็ตาม

ลีลาดุเด็ดเผ็ดมันของ 2 คนนี้ ถูกยกขึ้นเป็นตำนานไปแล้ว

ช็อตประทับใจ : ฟาดแข้งดุเด็ดเผ็ดมันกับปาทริก วิเอร่า

 

 

นักเตะบัลลงดอร์ คนล่าสุดของยูไนเต็ด

คริสติอาโน โรนัลโด

(ย้ายจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน  ปี 2003 ค่าตัว 12.24 ล้านปอนด์)

ใครจะไปเชื่อว่านักเตะผอมแห้งแรงน้อย ตัวบาง ๆ เอาแต่สับขาหลอกอย่างคริสติอาโน โรนัลโด จะก้าวขึ้นมาเป็นสุดยอดนักเตะของโลก การซื้อตัวโรนัลโดของเซอร์ อเล็กซ์ เป็นการซื้อตัวที่ค่อนข้างเสี่ยง และเดิมพันสูงไม่น้อย เวลาของโรนัลโดกับป๋าเฟอร์กี้มาประจบกันโดยบังเอิญ ในเกมอุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาล ที่แมนฯยูฯ ไปเล่นกับสปอร์ติง ลิสบอน และเกมนั้นเจ้าหนูโรนัลโดฉายแววด้วยการหลอกให้แกรี่ เนวิลล์ แบ็กขวาของทีมต้องหัวปั่น และหลังจบเกม เนวิลล์ ได้กระซิบบอกป๋าเฟอร์กี้ว่า เจ้าหนูคนนี้เราต้องสอยมาร่วมทีมนะ ป๋าก็เลยจัดให้ว่ากูก็อยากได้นะ

แต่ก็นั่นแหละครับ กว่าที่โรนัลโดจะโชว์ความเก่งกาจของตัวเองก็ต้องใช้เวลานานหลายปี ผมกล้าท้าพนันเลยว่าแฟนผีเองที่เห็นฟอร์มโรนัลโด้ก่อนที่จะเทพ ต่างก็บ่น ด่า เซ็ง กับนักเตะรายนี้ว่า จะสับไปถึงไหนวะ ? จ่ายบ้างสิโว้ย ! และดูเหมือนว่าการเดิมพันของป๋าเฟอร์กี้ก็ดันถูกรางวัลที่ 1 บิ๊กจัมโบ้ซะด้วย เมื่อโรนัลโด้สามารถค้นพบฟอร์มการเล่นของตัวเองว่าควรจะเล่นอย่างไร และในฤดูกาล 2007/08 โรนัลโด้ก็เลยอัดประตูเบา ๆ โดยยิงไปทุกถ้วยทุกรายการแค่ 42 ประตูเท่านั้นเอ๊งงงง และที่สำคัญเจ้าหมอนี่ไม่ได้เล่นกองหน้าด้วยนะ ตำแหน่งจริง ๆ คือตำแหน่งปีก ส่วนที่อยู่ปัจจุบันของโรนัลโด้ได้ย้ายไปเล่นให้กับเรอัล มาดริด ทีมโปรดของเขาในวัยเด็ก โดยการย้ายทีมออกจากยูไนเต็ดครั้งนั้น โรนัลโดย้ายออกไปด้วยค่าตัวสถิติโลก 80 ล้านปอนด์

ช็อตประทับใจ : ยิงกระหน่ำถึง 42 ประตู จากทุกถ้วย และพาทีมเถลิงบรรลังแชมป์ยุโรปครั้งที่ 2 ของป๋าเฟอร์กี้ และยูไนเต็ดเป็นสมัยที่ 3

 

 

ไม่มีใครที่จะลืมลูกยิงประวัติศาสตร์ของโซลชา ที่คัมป์ นู

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

(ย้ายจาก โมลด์ ปี 1996 สนนราคา 1.5 ล้านปอนด์ )

คนที่ 4 เป็นคนที่ผมเลือกยากมากที่สุด เนื่องจากในหัวผม รู้สึกว่ายาป สตัม สุดยอดปราการหลังตัวแกร่งของทีม ก็เหมาะสมให้เป็นนักเตะที่ควรถูกเลือก ขณะเดียวกัน รุด ฟาน นิสเตลรอย หัวหอกจอมพังประตูก็เป็นอีกคนหนึ่งที่น่าจะถูกรับเลือกจากผมเช่นกัน แฮ่ม 🙂

แต่จนแล้วจนรอด ผมก็ไม่อาจหาญที่จะกาชื่อของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกไป นักเตะคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ยิงประตูได้มากมายเป็นกอบเป็นกำ เป็นซุปเปอร์ซับช่วยทีมเก็บชัยชนะในยามคับขันได้เสมอ แต่นักเตะคนนี้คือ นักเตะที่ซื่อสัตย์ และรักสโมสรแห่งนี้มาก ครั้งหนึ่งโซลชาเกือบที่จะย้ายไปร่วมทีมสเปอร์สอยู่แล้ว แต่โซลชาก็ปฏิเสธที่จะย้ายครั้งนั้น และป๋าเฟอร์กี้เองก็ไม่เคยคิดจะขายนักเตะคนนี้ออกไป ซึ่งโซลชาได้เปิดเผยภายหลังว่า ถ้าครั้งนั้นเขาย้ายออกจากแมนฯยูฯ ไป นั่นจะกลายเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต  และจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโซลชานั่นคือ การอยู่ถูกที่ถูกเวลา เมื่อถูกส่งลงสนาม แม้ว่าสถิติการเล่นเป็นตัวจริงจะยิงประตูได้น้อยกว่าเป็นตัวสำรอง แต่เขาก็ไม่เคยบ่นว่าทำไมถึงต้องถูกส่งเป็นตัวสำรอง และจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของเขานั่นคือใบหน้าอันเยาว์วัย จนถูกเรียกว่า “Baby-Faced Assassin” หรือ เพชรฆาตหน้าทารก นั่นเอง

ตำนานหมายเลข 20 จะอยู่กับทีมและใจแฟนบอลตลอดไป

ช็อตประทับใจ : ประตูชัย 2-1 เหนือบาร์เยิร์น มิวนิค ที่เชื่อเหลือเกินว่าแฟนผีทุกตนที่ขายวิญญาณจะไม่มีวันลืมเขาผู้นี้, ใช้เวลาเพียงน้อยนิดในการทำ 4 ประตู นัดที่ถล่มนอตติงแฮม ฟอร์เรสต์ 8 -1 “20 LEGEND

เดอะ คิง ผู้บุกเบิกความสำเร็จของแมนฯยูฯ

เอริค “เดอะ คิง” คันโตนา

(ย้ายมาจาก ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 1992 สนนค่าตัว 1.2 ล้านปอนด์)

นี่คือสุดยอดนักเตะคู่บารมีของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถึงแม้ว่าช่วงชีวิตในการเล่นของเขากับยูไนเต็ดจะไม่ยาวนาน เพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ชายคนนี้ถูกยกย่องให้ขึ้นชั้นตำนาน พร้อมกับฉายา เดอะ คิง!!

ผมเชื่อและหลายคนก็คงจะเชื่อว่า ถ้าในวันนั้นป๋าเฟอร์กี้ ไม่ตัดสินใจดึงตัว เอริค คันโตนามาจากลีดส์ และโฮเวิร์ด วิลกินสัน ไม่ตัดสินใจโทรหาเซอร์ อเล็กซ์ เพื่อขอซื้อเดนิส เออร์วิน เราก็คงจะไม่มีวันได้เห็นเอริค คันโตนา ที่มาพร้อมกับความสำเร็จอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็น 2 ครั้งกับเอฟ เอ คัพ และ 4 สมัยกับพรีเมียร์ชิพ ถ้าหากจะกล่าวว่าคันโตนาคือผู้นำ และสร้างแรงกระเพื่อมในห้องแต่งตัวของยูไนเต็ดก็ไม่ผิดนัก เมื่อชายคนนี้มีความกระหายที่ต้องการพิสูจน์และสร้างความสำเร็จให้กับทีม เหมือนอย่างเจ้านายของเขาอย่างเซอร์ อเล็กซ์

และด้วยคาร์แรคเตอร์ประจำตัวของเขา ใคร ๆ ต่างก็ยกเอาคันโตนาเป็นตัวอย่าง แต่เราก็ได้เห็นคันโตนาโลดเล่นอยู่บนฟลอร์หญ้าได้ไม่นาน เมื่อคันโตนาตัดสินใจเลิกเล่นอย่างกระทันหันเมื่อปี 1997 ด้วยวัย 30 ปี

ช็อตประวัติศาสตร์ในวงการลูกหนังเมืองผู้ดี

ช็อตประทับใจ : ยกปกเสื้อคอตั้ง แฟนแมนฯยูฯ ยุคนั้นใครที่เตะฟุตบอล ต้องยกคอเสื้อตั้งแบบคันโตนา และกระโดดถีบแมทธิว ซิมมอน แฟนบอลปากมอมของคริสตัล พาเลซ

และทิ้งท้ายก่อนจบ Entry นี้ นั่นคือ 11 สุดยอดนักเตะตลอดกาล จัดโดยใจของผมเอง

ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

ประตู – ปีเตอร์ ชไมเคิล

กองหลัง – แกรี เนวิลล์, ยาป สตัม,  เนมันยา วิดิช, เดนิส เออร์วิน

กองกลาง – เดวิด เบ็คแฮม, พอล สโคลล์, รอย คีน, โรนัลโด

กองหน้า – รุด ฟาน นิสเตลรอย, โอเล่ กุนนาร์ โซชา

Tagged ,

ใครหนอ??? จะโดนเด้งในศึกพรีเมียร์ชิพ

ทุกๆ ซีซันในวงการฟุตบอลสิ่งๆ หนึ่งที่มักจะมีการพูดกันเล่นๆ ในหมู่เพื่อนฝูง รวมไปถึงในบรรดาสื่อมวลชนนั่นคือ ในบรรดาวงการฟุตบอลไม่ว่าจะเป็นพรีเมียร์ลีกส์, กัลโช เซเรีย อา, ลาลีกา และบุนเดสลีกา นั่นคือกุนซือคนไหนจะโดนเด้งเป็นคนแรก 

ถ้าจะให้พูดถึงในลีกอิตาลี อย่างกัลโช เซเรีย อา นั้นการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเก้าอี้กุนซือมีอยู่บ่อยๆ ที่เห็นกันจนชินตา ทีมที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ก็อย่างอินเตอร์ มิลาน, ปาแลร์โม อาจจะรวมไปถึงยูเวนตุส ทีมดังยุค 90 สำหรับโฟกัสในวันนี้ ผมไม่ได้พูดถึงลีกอิตาลี แต่จะเริ่มที่พรีเมียร์ลีก อังกฤษก่อนเนื่องจากลีกดังจากแดนผู้ดี เป็นลีกที่มีผู้ชมติดตามมากที่สุดในโลก รวมไปถึงการติดตามลีกนี้ในประเทศไทยก็มีมากเป็นจำนวนมหาศาลอยู่ไม่น้อย

แน่นอนว่าส่วนใหญ่ทีมทีจะมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเก้าอี้กุนซือนั้น จะเป็นทีมที่มีขนาดเล็ก จนไปถึงขนาดกลางที่ทำผลงานได้ไม่ตรงตามเป้าหมาย ทีมแรกที่ขอนำเสนอว่ามีโอกาสจะตกเก้าอี้คนแรกคือ

Blackburn Rovers

ในความคิดผม น่าจะเป็นคนแรกที่โดนเด้ง

ไม่รู้จะเรียกว่าทำบุญมาดี หรือยังไงดี สำหรับสตีฟ คีน กุนซือหัวเหม่งที่ถูกกระชับพื้นที่จากตำแหน่งสต๊าฟโค้ชในทีมกุหลาบไฟ ในยุคบิ๊กแซม แซม อัลลาไดร์ส หลังจากเมื่อซีซันก่อนในเกมที่กุหลาบไฟโดนผีแดงบุกกระทืบเละเทะ จนเป็นที่มาที่ทำให้บิ๊กแซม ตกเก้าอี้ โดยกลุ่มผู้บริหารใหม่จากอินเดีย อย่างกลุ่มเวนกี้ การขึ้นมารับตำแหน่งใหญ่ของสตีฟ คีน สร้างความฉงน สงสัย แก้ผู้สันทัดกรณีว่า “จะไหวหรือ?” สิ่งที่เห็นดันไม่น่าเชื่อเมื่อกุหลาบไฟของคีน ดันอยู่รอดในศึกพรีเมียร์ชิพได้ ซึ่งเท่าที่ผมเคยได้พูดคุยกับสาวกกุหลาบไฟ หลายคนก็ภาวนาว่า ถ้าเจ้าของทีมจากอินเดียเห็นผลงานที่เกือบจะตกชั้นเมื่อซีซันที่แล้ว จะดีกว่าไหม ที่จะปลดเจ้ากุนซือหัวเหม่งแล้วเอากุนซือที่ฝากผีฝากไข้ได้ดีกว่านี้มา อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนโดยเฉพาะแฟนกุหลาบไฟยังสงสัยในนโยบายของผู้บริหารกลุ่มทุนเวนกี้ นั่นคือพวกเขาประกาศว่าจะพาทีมเทียบเคียงกลุ่มบิ๊กโฟร์ให้ได้ แต่เท่าที่ดูมันคงเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ด้วยผู้นำทีมค่อนข้างโนเนม งบประมาณที่อนุมัติในการซื้อนักเตะ นักเตะที่ได้มาร่วมทีม แฟนกุหลาบก็คงจะ งง มันคือใครวะ แล้วแบบนี้จะรอดเร้อออออ ?

ในฤดูกาล 2011/12 ทีมกุหลาบไฟใช้เงินไปกว่า 11.5 ล้านปอนด์ ในการดึงนักเตะ  สก็อต แดนน์, ไซม่อน วุคเซวิช, เดวิด กู๊ดวิลล์, ไมลส์ แอนเดอร์สัน, ราโดสลาฟ เปโตรวิช, บรูนอย ริไบโร่

ในบรรดางบประมาณดังกล่าว นักเตะที่พอฝากผีฝากไข้ได้ ก็จะมีเพียงแค่ สก็อต แดนน์ ปราการหลังฝีเท้าดีที่ทีมแบล็คเบิร์นไม่รู้ใช้วิชาอะไร ไปดึงตัวนักเตะที่เป็นที่ต้องการในตลาดอย่างแดนน์ได้ คนต่อมาที่น่าสนใจคือ ไซมอน วุคเซวิช สำหรับแฟนๆ Football Manager คงคุ้นๆ อยู่บ้าง ถึงอย่างไรก็คงต้องใช้เวลาในการปรับตัวในลีกผู้ดีอีกนิดหน่อย

จากนักเตะที่ซื้อมาดังกล่าว ผลงานของทีมกุหลาบไฟขณะนี้พวกเขา……..อยู่ตำแหน่งรองบ๊วย เตะ 7 เกม มี 4 แต้ม ยิง 8 เสีย  17 แต่ 4 แต้มที่ว่าในนั้นมี 3 คะแนนที่แบล็คเบิร์นเอาชนะ อาร์เซนอลได้ ถ้าหากจะกล่าวกันตามตรง คิดว่าถ้าผลงานฟอร์มการเล่นที่ไม่มีจุดเด่นใดๆ ทั้งสิ้น ตัวกุนซือฝีมือยังไม่ถึงขั้น บุคลิกของตัวกุนซือเองแฟนๆ ก็ไม่ให้การยอมรับ  บอกตามตรงครับว่าอยู่ยาก ถ้าหากช่วงคริสมาสกุหลาบไฟยังนอนเอ้งเม้ง วนๆ เวียนๆ แถวก้นตาราง สิ่งที่แฟนๆ กุหลาบอยากจะเห็นมากที่สุด คือปลดสตีฟ คีน กุนซือหัวเหม่งออกไปเสียที

Sunderland

ถึงแม้จะเป็นที่รักของแฟนบอล แต่ถ้าผลงานไม่กระเตื้องก็พร้อมโดนเด้งทุกเมื่อ

ถึงแม้จะเป็นที่รักของแฟนบอล แต่ถ้าผลงานไม่กระเตื้องก็พร้อมโดนเด้งทุกเมื่อ

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงมีชื่อของซันเดอร์แลนด์ ภายใต้การคุมทีมของสตีฟ บรู๊ซ ถึงอยู่ในข่ายที่จะโดนเลื่อยเก้าอี้ออก จริงอยู่ครับว่าบรู๊ซถือว่าเป็นกุนซือที่มีฝีมือ มีความสามารถสูง (แต่ไม่ถึงขั้นทำทีมแทนเซอร์ อเล็กซ์ :p) ซันเดอร์แลนด์เองจัดว่าเป็นทีมมือเติบทีมนึง เป็นทีมที่มีสถานภาพทางการเงินสูง การซื้อตัวนักเตะสามารถซื้อในราคา 10 ล้านปอนด์ขึ้นไปได้อย่างสบายๆ แต่ทว่าสิ่งหนึ่งที่บรู๊ซจะต้องพบกับแรงกดดันในซีซันนี้ นั่นคือ การไปฟุตบอลยุโรป ผลงานในลีกของซันเดอร์แลนด์ซีซันนี้ ค่อนข้างมีปัญหาเริ่มจากความบาดหมางระหว่างบรู๊ซ กับอาซาโมอาห์ กียาน นักเตะค่าตัวแพงของสโมสร อีกปัญหาหนึ่งที่ซันเดอร์แลนด์กำลังเผชิญคือ เกมรุกยังขาดความลงตัว ประเด็นอื่นๆ ที่มีตามมาคือการพ่ายแพ้ของซันเดอร์แลนด์ที่มีต่อนิวคาสเซิล คาถิ่นสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ และสิ่งสุดท้ายที่บรู๊ซอาจจะต้องรับกับความกดดันนั่นคือ ในซีซันนี้ 2011/12 บรู๊ซกว้านซื้อนักเตะมากมายก่ายกองกว่า 10 คน แต่ผลงานก็ไม่กระเตื้อง ยิ่งถ้าไม่ได้ไปฟุตบอลยุโรปอีกจะเป็นยังไง แถมผลงานใน 7 นัดแรกก็ไม่ค่อยดี จริงอยู่ว่านี่เพิ่งเปิดฤดูกาลเท่านั้น เราคงต้องมารอดูผลงานของทีมแมวดำว่าช่วงปีใหม่จะมีผลงานยังไง ถ้ายังอยู่ในกลุ่มกลางตารางก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่แดนอีสาน หรือซีซันหน้างบประมาณการทำทีมของบรู๊ซอาจจะถูกจำกัดจำเขี่ยลงก็เป็นได้

(ซ้าย)เดฟ วีแลน (ขวา)โรแบร์โต มาร์ติเนซ กุนซือเลือดสเปน

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีทีมเล็กๆ ฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ อย่าง Wigan นั่นเป็นเพราะ สิ่งหนึ่งที่เจ้าของสโมสรวีแกน อย่างเดฟ วีแลน เคยพูดเอาไว้ชัดเจนตอนที่ดีงโรแบร์โต มาร์ติเนซมาคุมทีม นั่นคือ ถ้าทีมจะตกชั้นด้วยฝีมือของมาร์ติเนซก็ไม่เป็นไร เพราะตัววีแลนเองก็อยากเห็นขวัญใจแฟนบอลอย่างมาร์ติเนซทำทีมต่อไปด้วยสไตล์ที่เป็นตัวของตัวเอง ถ้าหากใครเคยดูผลงาน และสไตล์การเล่นของวีแกน ค่อนข้างน่าสนใจนะครับ เป็นทีเล็กที่มีความใจสู้สุดๆ ไม่ยอมแพ้เหมือนกับบุคลิกของกุนซือเลย อีกนิดหนึ่งถ้าใครจำกันได้ ตอนช่วงที่แอสตัน วิลล่า ยังไม่ได้กุนซือคนใหม่ที่ตอนนี้เป็นเก้าอี้ของอเล็กซ์ แมคลีช ทางวิลล่าเคยติดต่อขอดึงตัวมาร์ติเนซไปกุมบังเหียนแล้วด้วยซ้ำ ซึ่งวีแลนเองก็อนุญาต ประมาณว่าไม่อยากขัดความสุขความเจริญ แต่มาร์ติเนซปฎิเสธไปคุมทีมอย่างไร้เยื่อใย นั่นแสดงให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ของคู่นี้ ดังนั้นจึงเป็นเลือกยากที่มาร์ติเนซจะโดนเด้ง เว้นเสียแต่ว่าเฮียแกจะลาออกไปเอง

ใน Entry หน้าผมนึกหัวข้อที่จะเขียนออกแล้วล่ะครับ ผมกำลังคิดว่าจะเขียนถึงตำแหน่งกุนซือที่ตัวกุนซือจะไม่ถูกไล่ออก แต่จะไขก๊อกลาออกไปเองก็แลดูน่าสนใจดีเหมือนกัน เพราะหลายๆ คนในเวทีพรีเมียร์ชิพเข้าข่ายนี้ค่อนข้างหลายคน แล้วเจอกันใหม่ครับ

ปล. ผมเชื่อว่าสตีฟ คีน จะโดนไล่ออกเป็นคนแรกครับ

Tagged , , , , ,