ประกาศครับ !

เป็นแถลงการณ์สั้นๆ ครับจาก Diarysport ตอนนี้ผมได้ย้ายข้อมูลทุกอย่าง รวมถึงคอนเทนต์ที่มีอยู่ใน Diarysport ไปไว้ที่เว็บไซต์แห่งใหม่ของผมเป็นที่่เรียบร้อยที่เว็บไซต์ SpeakForSport.com

ทั้งนี้ใครที่ชื่นชอบผลงานบทความด้านกีฬาของผมสามารถติดตามอ่านได้ที่เว็บไซต์ SpeakForSport.com

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานครับ แล้วอย่าลืมเรามีนัดกันที่ SpeakForSport.com

Advertisements
Tagged , ,

เช็กชื่อ 23 ขุนพลอัซซูรีที่ยูโร 2012

หัวเรือใหญ่เซซาเร ปรันเดลลี

ใกล้เข้าไปทุกทีแล้วนะครับ สำหรับฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือที่เราเรียกว่าฟุตบอลยูโร กำลังจะถือกำเนิดขึ้นในฤดูร้อนปี 2012 ซึ่งล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็มีการจับสลากแบ่งกลุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็คงจะทราบว่ามีกลุ่มแห่งความตายหรือที่เรียกว่า Group of Death อย่างที่ฝรั่งเขาเรียกกัน

แน่นนอนว่าในฐานะที่ผมเป็นผู้ที่ติดตามข่าวกีฬา และชื่นชอบหลงใหลในกีฬาฟุตบอลย่อมที่จะต้องมีทีมที่เชียร์และลุ้นเช่นกัน สำหรับยูโร 2012 ผมเลือกเชียร์ทีมชาติเยอรมนี และทีมชาติอิตาลี โดยเฉพาะอิตาลีผมติดตามมานานนมเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับอิทธิพลมาจากการดูฟุตบอลกัลโช เซเรีย อานั่นเอง

ทีมชาติอิตาลีถูกจับอยู่ในกลุ่ม C มีทีมร่วมสายประกอบไปด้วยสเปน ไอร์แลนด์ และโครเอเชีย ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างหนักพอสมควร ชนิดที่ว่าเซซาเร ปรันเดลี และลูกทีมไม่มีสิทธิ์ที่จะประมาทได้ด้วยประการทั้งปวง

ทั้งนี้ผมก็จะขอถือโอกาสเดาใจเซซาเร ปรันเดลี ว่าอิลชีทีคนหนุ่มผู้นี้จะเลือกนักเตะคนใดบ้างให้ไปฟาดแข้งยูโร 2012

ผู้รักษาประตู

ถ้าไม่เจ็บ ไม่ป่วย ยังไง ๆ บุฟฟ่อนคือมือ 1

มือหนึ่งคงไม่ใช่เรื่องคาดเดาอะไรมากมาย ในเมื่อทีมชาติอิตาลียังมีชายที่ชื่อจานลุยจิ บุฟฟ่อน ดังนั้นถ้าประตูรายนี้ไม่เจ็บ ไม่ขาด ไม่ตาย ยังไงก็ต้องได้ลงเป็นมือ 1 อย่างแน่นอน ส่วนมือ 2 ถ้าเทียบจากสถานการณ์ล่าสุดในคัมปิโอนาโต ดูเหมือนว่าชื่อชั้นของมอร์แกน เด ซานติส น่าจะได้รับการชูมือให้เป็นมือ 2 ที่ยูเครน-โปแลนด์ ค่อนข้างแน่ เนื่องจากมีฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอมากที่สุด  แต่ถึงกระนั้นแล้วยังมีประตูมือดีอย่างซัลวาทอเร ซิริกู ประตูมือหนึ่งจากค่ายปารีส แซงต์ แชร์กแมงก์ อยู่อีกราย

ตั๋วเฟิร์สคลาส : จานลุยจิ บุฟฟ่อน

ตั๋วชั้นบิซิเนส : มอร์แกน เด ซานติส

ตั๋วชั้นประหยัด : ซัลวาทอเร ซิริกู

กองหลัง

ผู้สืบทอดตำแหน่งปราการหลังตัวกลางคนสำคัญของอิตาลี

นับตั้งแต่ทีมชาติอิตาลีชุดฟุตบอลโลกที่ตกรอบแรกอย่างน่าเกลียด หนึ่งในนักเตะที่ยังมีฟอร์มคงเส้นคงวาในแผงกองหลังนั้นย่อมต้องมีชื่อของ จอร์โจ คิเอลลินี ที่ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักอย่างถาวรแทนที่คุณพี่คะน้า ฟาบิโอ คันนาวาโร เรียกว่าเป็นนักเตะประเภทเดียวกับบุฟฟอน คือถ้าไม่เจ็บ ไม่ป่วย ยังไงก็ได้ลงเป็นตัวหลักอย่างแน่นอน ส่วนคนที่จะยืนเป็นเซนเตอร์แบ็กคู่กับคิเอลลินี ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบากไม่น้อย ถ้าจะให้เลือกคนที่มายืนกับคิเอลลินี ผมอาจจะเลือกอันเดรีย บาซาญี ที่กลับมาสู่ฟอร์มที่ดีอีกครั้งหลังจากที่ออกทะเลครั้งที่เล่นในบุนเดสลีกา ลีโอนาโด โบนุชชี ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งทั้ง 2 คนเป็นคนที่เล่นร่วมกับคิเอลลินี ในสีเสื้อยูเวนตุส ส่วนชื่ออื่นๆ ที่มีลุ้นก็คงจะเป็น เซซาเร โบโว จากเจนัว อเลสซานโดน กัมเบอรินี จากฟิออเรนตินา อันเดรีย ราน็อคเคียจากอินเตอร์ มิลาน

ส่วนตำแหน่งแบ็กซ้าย-ขวา จากที่ดูฟอร์ม และนักเตะที่ปรันเดลีเลือกมาในช่วงอุ่นเครื่องและช่วงรอบคัดเลือก ชื่อของโดเมนิโค คริสซิโต จะเป็นตัวยืนในตำแหน่งแบ็กซ้าย และแบ็กขวาย่อมเป็นของคริสเตียน มาจโจ

ทางด้านสำรองในตำแหน่งแบ็กซ้าย เฟรเดริโก บัลซาเรตติ จากปาแลร์โมก็ถือเป็นนักเตะที่เล่นได้ดีนับตั้งแต่เข้าช่วงปี 2011 เป็นต้นมา แต่จะว่าไปก็ต้องระวังตัวสอดแทรกอย่างอันเดรีย ดอสเซนา จากนาโปลีที่มีทีเด็ดทีขาดจากการขึ้นเกมบุก แบ็กขวาอย่างที่บอกไปว่ามาจโจ คือตัวหลัก แต่ตัวที่คอยเป็นตาอยู่ในตำแหน่งมีทั้งตัวเก๋าอย่างซามบรอตตา ที่อาจจะได้เล่นทัวร์นาเมนต์นี้เป็นรายการใหญ่ รายการสุดท้าย แต่ในตำแหน่งแบ็กขวาก็ยังมีดาวรุ่งที่ได้รับการยกย่องมาโดยตลอดอย่าง ลอเรนโซ เด ซิลเวสตรีอีกราย

ตั๋วชั้นเฟิร์สคลาส : จอร์โจ คิเอลลินี, โดเมนิโค คริสซิโต, คริสเตียน มาจโจ

ตั๋วชั้นบิซิเนส : อันเดรีย บาซาญี,

ตั๋วชั้นประหยัด (คงต้องแย่งกันฝุ่นตลบ) : เฟรเดริโก บัลซาเรตติ, ลีโอนาโด โบนุชชี, มัตเตีย คาสซานี, ลอเรนโซ เด ซิลเวสตรี, อันเดรีย ดอสเซนา, จานลูกา ซามบรอตตา

กองกลาง

นี่อาจจะเป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ รายการสุดท้ายในชีวิตของชายที่ชื่อปีร์โล

ถ้าดูจากผลงานเก่า ๆ ดูเหมือนว่าปรันเดลี จะชื่นชอบการใช้กองหน้า 2 คน กับแผงกองกลางอีก 3 คน ซึ่งคาดว่าตัวยืนในตำแหน่งกองกลางจาก 2 ใน 3 จะมีชื่อของอันเดรีย ปีร์โล กลจักรสำคัญในแผงกองกลาง กับดานิเอเล เด รอสซี ที่เป็นอีกหนึ่งในขุมกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนในแดนกลางของทีมชาติอิตาลี ส่วนอีก 1 ตัวยืน คงจะต้องแย่งกันระหว่าง อัลแบร์โต อาควิลานี ที่กลับมาเล่นได้ดีอีกครั้งในสีเสื้อมิลาน เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ ที่เล่นได้เสมอต้นเสมอปลายที่ยูเวนตุส ริคาร์โด มอนโตลิโว มิดฟิลด์เนื้อหอม แต่ทว่าดันเล่นตำแหน่งที่แทบจะทับกับปีร์โล และอันโตนิโอ นอร์เชลิโน ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในแผงกองกลาง

ตั่๋วชั้นเฟิร์สคลาส : อันเดรีย ปีร์โล, ดานิเอเล เด รอสซี

ตั๋วชั้นบิซิเนส : เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ, ริคาร์โด มอนโตลิโว, อัลแบร์โต อาควิลานี, อันโตนิโอ นอร์เชริโน

ตั๋วชั้นประหยัด (แย่งกันฝุ่นตลบเช่นเคย) : อเลสซิโอ เคอร์ชี, ลูคา คิยารินี, คริสเตียน เลเดสมา, สเตฟาโน เมารี, อันเดรีย โปลี, ติอาโก มอตตา

กองหน้า

กลายเป็นกองหน้าตัวหลักของทีมชาติไปแล้ว จากผลงานที่เล่นให้แมนฯ ซิตี้ เป็นที่ประจักษ์

กลายเป็นนักเตะที่ทีมชาตอิตาลีขาดไม่ได้แล้ว สำหรับกองหน้าพรสวรรค์สูงอย่างมาริโอ บาโลเตลลี ที่คาดว่าเวทีฟุตบอลยูโร 2012 จะเป็นเวทีเปิดตัวที่สวยงามของ “ซุปเปอร์มาริโอ” ส่วนอีกคนหนึ่งที่น่าจะได้ไปชัวร์ๆ นั่นคือเซบาสเตียน โจวินโก ที่สามารถพาตัวเองทะลุจากคำว่าดาวรุ่งได้แล้ว จนทำให้เจ้าของสิทธิ์ในตัวโจวินโก้ ครึ่งหนึ่งอย่างยูเวนตุสกำลังเดินเจรจาเพื่อดีงดาวเตะหัวเหม่งกลับมาเล่นที่ตูรินอีกครั้งหนึ่ง เชื่อว่าถ้าเงินมันมหาศาลพอที่จะง้างปากปาร์มาได้ เชื่อว่าโจวินโก คงได้ย้ายกลับไปเล่นที่ตูรินอีกครั้งค่อนข้างแน่

นอกจากนี้ตัวเลือกที่น่าสนใจคงจะหนีไม่พ้นจุเซปเป้ รอสซี หัวหอกจิ๋วแจ๋ว ที่เป็นตัวยืนอยู่ในระดับสโมสรกับบียาร์เรอัล แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าอันโตนิโอ คาสซาโน มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสได้กลับมาลงเล่นในช่วงที่เหลือของฟุตบอลลีกได้หรือไม่ ทำให้หวยน่าจะตกลงไปที่เปาโล ออสวาลโด รวมไปถึงจามเปาโล ปาสซีนี

แต่โดยส่วนตัวผมค่อนข้างชอบ อเลสซานโดน มาตรี ถ้าดูจากสภาพแล้วคงต้องแย่งกับพื้นที่ที่เหลือกับมาร์โก บอริเอลโล ฟาบิโอ กวายาเรลลา ไหนจะมีซิโมเน เปเป้ อีก เอาเป็นว่ากองหน้าทีมชาติอิตาลีชุดนี้ค่อนข้างมีตัวเลือกเพียบเลยทีเดียว

ตั๋วชั้นเฟิร์สคลาส : มาริโอ บาโลเตลลี, เซบาสเตียน โจวินโก

ตั๋วบิซิเนส : จุเซปเป้ รอสซี, อันโตนิโอ ดิ นาตาเล, อเลสซานโดร มาตรี, ซิโมเน เปเป้, เปาโล ออสวาลโด

ตั๋วชั้นประหยัด : มาร์โค บอริเอลโล, อัลแบร์โต จิลาร์ดิโน, จามเปาโล ปาสซินี, ฟาบิโอ กวายาเรลลา

แต่ถ้าอันโตนิโอ คาสซาโน กลับมาได้เชื่อว่าน่าจะได้รับตั๋วระดับเฟิร์สคลาส หรือชั้นบิซิเนสเลยทีเดียว

สำหรับที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นความคาดการณ์ล่วงหน้า ก่อนที่ฟุตบอลยูโร 2012 จะเริ่มฟาดแข้งจริง แต่เชื่อว่ารายชื่อนักเตะดังกล่าวคงจะไม่พลิกโผไปจากนี้สักเท่าไหร่ครับ แล้วพบกันใหม่เอนทรีหน้าครับผม

โบอาสแย่แล้ว !!!

ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน สำหรับกุนซือหนุ่มไฟแรงอย่างอังเดร วิลลาช-โบอาส ที่ตอนนี้สถานการณ์ดูเหมือนจะไม่เป็นใจแก่กุนซือหนุ่มจากโปรตุกีสสักเท่าไหร่ หลังจากที่พ่ายแพ้ในศึก Super Sunday แก่ลิเวอร์พูลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ถึงแม้ว่าโบอาสจะได้มีโอกาสเข้ามารับงานที่สแตมฟอร์ด บริดจ์อีกครั้ง หลังจากที่เคยเป็นหนึ่งในทีมงานของโชเซ่ มูรินโญ มาก่อน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่โบอาสกลับเข้ามาร่วมงานที่เดอะบริดจ์ อีกครั้ง แต่คราวนี้เขากลับมาพร้อมกับการเป็นนายใหญ่ประจำทีม แน่นอนว่าโบอาสย่อมต้องรู้ดีว่ากฎการคุมทีมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ มีเพียงข้อเดียว นั่นคือห้ามล้มเหลว

อบราโมวิชเปลี่ยนกุนซือไปแล้ว 6 คนนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาเป็นเจ้าของทีม

ที่สำคัญต้องอย่าลืมว่าตั้งแต่โรมัน อบราโมวิช เข้ามาเป็นเจ้าของทีม จำนวนกุนซือชื่อดังน้อยใหญ่ หลายต่อหลายคนต่างก็โดน “เสี่ยหมี” เชือดคอมาแล้วทั้งนั้น เคลาดิโอ รานิเอรี, โชเซ มูรินโญ, อัฟราม แกรนต์, หลุยส์ เฟลิปเป้ สโกลารี, คาร์โล อันเชลอตติ และอังเดร วิลลาช-โบอาส ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม

แน่นอนว่าเกมที่สิงโตจากลอนดอนพ่ายแพ้ต่อลิเวอร์พูลคาบ้าน 1-2 นับเป็นการพ่ายแพ้เกมที่ 4 จากการลงเล่น 12 เกม นั่นเท่ากับว่าตอนนี้เชลซีแพ้ไปแล้ว 1 ใน 3 เหตุการณ์เช่นนี้ไม่สมควรเกิดขึ้นกับทีมใหญ่ และทีมที่อยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์อย่างเชลซี คงไม่ต้องบอกเลยว่าตอนนี้โบอาสกำลังเผชิญหน้ากับความกดดันขนาดไหน

มโนภาพอันสวยหรูของโบอาสในวันแรกที่เข้ามารับหน้าที่กุนซือใหญ่ ตอนนี้กลายเป็นฝันร้ายเสียแล้ว เอาง่ายๆ เชลซีแพ้ไปแล้ว 4 หากเจาะลึกลงไป 3 ใน 4 ที่พวกเขาพ่ายแพ้ พวกเขาพ่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล และลิเวอร์พูล หรือว่านี่จะเป็นสัญญาณบอกว่าโบอาสยังไม่นิ่ง และมือยังไม่เก๋าพอกับการคุมทีมเชลซี และการเผชิญหน้ากับคู่แข่งระดับเสือ สิงห์ กระทิง แรด ในเวทีพรีเมียร์ชิพ โอเคจริงอยู่ว่าเกมที่ลูกทีมของโบอาสพ่ายแพ้จะทำผลงานได้ดีก็ตาม แต่ความพ่ายแพ้ก็คือความพ่ายแพ้ 

โบอาสกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤต

แต่ถ้าหากมองอีกมุมหนึ่ง ผมรู้สึกเห็นใจโบอาสไม่น้อยเช่นกัน เพราะนี่คือฤดูกาลแรกของเขากับเชลซี และมันคงจะเป็นการคาดเดาที่เร็วเกินไปที่จะบอกว่าโบอาสไม่คู่ควรกับการคุมเชลซี ทั้งนี้ประเด็นอยู่ที่ว่าโบอาสจะแก้ไขปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะในแผงกองหลัง เมื่อในวันนี้เจที จอห์น เทอร์รี ไม่แข็งแกร่งเหมือนวันวาน ดาวิด ลุยซ์ ฟอร์มตกจนกลายเป็นบ่อน้ำมันบ่อใหญ่ และอเล็กซ์ ที่หมดอนาคตไปแล้ว และจะโดนปล่อยออกจากทีมในเร็ววันนี้

ปัญหาทั้งหมดนี้โบอาสไม่มีวันรู้และคาดเดามาก่อนได้ เมื่อฤดูกาลเริ่มเตะไป 12 เกม โบอาสก็คงจะทราบปัญหาที่เขากำลังเผชิญและต้องแก้ไขโดยด่วน อย่างเร็วที่สุดคือมกราคมนี้เลย หากจะว่ากันตามตรงโบอาสเองก็ค่อนข้างน่าสงสารไม่น้อย เมื่อนักเตะที่มีอยู่ในทีมล้วนแต่เป็นนักเตะประเภทขุนพลแก่ที่ไฟในตัวกำลังมอดไหม้ ไม่ว่าจะเป็นจอห์น เทอร์รี่, แอชลีย์ โคล, แฟรงค์ แลมพาร์ด และดิดิเยร์ ดร็อกบา นักเตะทั้งหมดที่ว่าล้วนผ่านจุดสูงสุดของตัวเองหมดแล้ว ตั้งแต่ยุคสมัยโชเซ่ มูรินโญ คิดดูว่ามันผ่านไปนานขนาดไหนแล้ว 

เมื่อนักเตะระดับซีเนียร์หมดไฟ พละกำลังถดถอย การจัดทีมของโบอาสก็ยากยิ่งขึ้นไปอีก ครั้นจะดรอปนักเตะระดับซีเนียร์ให้นั่งข้างสนามก็ไม่อาจจะทำได้ ครั้งจะสร้างทีมใหม่ในมกราคมนี้ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะคงไม่มีทีมใหญ่ทีมไหนอยากปล่อยนักเตะในการดูแลของตัวเองในช่วงหน้าหนาว และที่สำคัญใครจะไปคาดเดาใจของเสี่ยหมีที่ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เผลอ ๆ สิ่งที่อยู่ในหัวเสี่ยหมีตอนนี้คือการปลดโบอาส แล้วดึงเอาคนคุ้นเคยอย่างกุส​ ฮิดดิงมาคุมทีมเป็นคำรบที่ 2 ก็เป็นได้

จะบอกว่าข่าวลือเกี่ยวกับฮิดดิงที่ส่งตรงมาถึงอบราโมวิช และเชลซี มันไม่ใช่ข่าวลือที่ไม่มีน้ำหนัก แต่มันคือข่าวที่มีความเป็นไปได้อย่างยิ่ง หลาย ๆ อย่างมันประจวบเหมาะและลงตัวมาก เมื่อฮิดดิงว่างงานจากการประกาศลาออกจากการเป็นหัวเรือใหญ่ของทีมชาติตุรกี และผลงานของโบอาสก็ไม่ได้ดีอย่างที่แฟนเชลซีคาดหวังเอาไว้

ถึงตรงนี้แม้ว่าผมจะไม่ใช่สาวกของสิงโตน้ำเงินคราม แต่ขอยืนยันว่ายังไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะทำการปลดโบอาสออกจากตำแหน่งในตอนนี้ แต่เมื่อเจ้าของทีม ๆ นี้มีชื่อว่าโรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีมที่พร้อมตะบันคอกุนซือให้กุดได้ โดยไม่สนใจว่าเงินค่าทำขวัญจะกี่สิบล้านปอนด์ เสี่ยหมีคนนี้ไม่เคยแคร์หรอก 

และสิ่งสุดท้ายที่จะทำให้ข่าวลือทั้งหมดเกี่ยวกับอนาคตของโบอาส และข่าวลือเกี่ยวกับฮิดดิงยุติลงมีเพียงแค่ เชลซีภายใต้การคุมทีมของโบอาสจะต้องกลับมาทำทีมให้ชนะติดต่อกัน และกลับมาอยู่ในฟอร์มที่สุดยอด หรือไม่ก็กุส ฮิดดิงได้งานใหม่เท่านั้น หาไม่แล้วโบอาสนี่แหละจะต้องกลับไปเริ่มนับ 1 ใหม่ที่ไหนสักแห่งในโลกของฟุตบอล

Tagged , ,

ESPN เตรียมยิงสด ปาเกียว-มาเกวซ

สุดสัปดาห์นี้แฟนมวยเตรียมเฝ้าหน้าจอทีวีไว้ให้ดี เมื่อแมนนี่ เดอะ แพ็กแมน ปาเกียว เจ้าของเข็มขัดแชมป์โลกเวลเทอร์ เวท ของสมาคมมวยโลก เตรียมฟาดปากกับนักชกแม็กซิกัน ฮวน มานูเอล มาเกวซ ซึ่งการพบกันครั้งนี้จะเป็นการพบกันครั้งที่ 3 ของทั้งคู่

ก่อนหน้านี้ที่ทั้งคู่เคยพบกัน  2 ครั้ง ไฟต์แรกที่ตะบันหน้ากันผลออกมาหน้าเสมอกัน ส่วนไฟต์ที่ 2 แพ็กแมนเอาชนะคะแนนอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ และในไฟต์ที่ 3 นี่แหละเราจะได้รู้กันว่าแพ็กแมนจะย้ำแค้น หรือมาเกวซจะแก้ตัวได้

แฟนมวยในประเทศไทย สามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดได้ที่ ESPN ในวันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 7 นาฬิกาเป็นต้นไป (ตามเวลาประเทศไทย)

25 ปีของป๋าเฟอร์กี้ และ 5 นักเตะที่ดีที่สุดจากการคัดเลือกของผมเอง

จอมคนแห่งสก๊อต เซอร์ อเล็กซ์ แชปแมน เฟอร์กูสัน

เชื่อว่าหลายคนคงจะทราบกันไปแล้วว่าวันนี้ครบรอบการคุมทีมปีที่ 25 ของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือแห่งวงการฟุตบอลอังกฤษ หรือจะเรียกว่าของโลกเลยก็ว่าได้ สำหรับผมไม่มีโอกาสที่ได้ดูเกมที่ป๋าเฟอร์กี้คุมเกมแรกหรอกครับ เพราะตอนนั้นผมยังไม่เกิดเลย HaHaHa

ตลอดระยะการคุมทีมของป๋าเฟอร์กี้ตลอด 25 ปี เราได้เห็นการผลัดเปลี่ยนของนักเตะ แผนการเล่นต่าง ๆ แทคติก รวมไปถึงโฉมหน้าค่าตัวของกุนซือคู่ปรับของเฟอร์กี้ในแต่ละยุคแต่ละสมัย แต่ที่สุดยอดนั่นคือ ป๋าเฟอร์กี้ยังคงยืนหยัดยืนยงอยู่เคียงข้างสาวกปีศาจแดง ชนิดที่ว่าไม่เคยจากไปไหนเลย (ถึงแม้ป๋าเคยคิดจะรีไทร์ก็ตาม)

สำหรับผมเริ่มติดตาม และขายวิญญาณเป็นสาวกเรด เดวิลส์ เมื่อปี 1995 ดังนั้นใน Entry นี้ผมจะคัด 5 นักเตะที่ผมได้มีโอกาสทันที่จะยลโฉมฝีแข้งของนักเตะเหล่านั้น ซึ่งผมไม่รู้ว่าจะถูกใจท่านผู้อ่านมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ 5 นักเตะ ที่ผมจัดออกมา ผมคัดเลือกออกมาจากใจจริง ๆ ส่วนท้าย entry นี้ ผมก็จะขออนุญาตจัด 11 นักเตะที่ผมชอบที่สุดตลอดกาล นับตั้งแต่ผมเชียร์แมนฯยูฯ ตลอด 16 ปีที่ผ่านมาครับ

ปีเตอร์ ชไมเคิล กับฉายาผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดของโลก

 

 

ปีเตอร์ ชไมเคิล

(ย้ายมาจาก บรอนด์บี้ ปี 1991 สนนค่าตัว 530,000 ปอนด์)

นี่คือนักเตะที่ผมจดจำได้ชัดเจนที่สุด ตั้งแต่ผมเริ่มดูฟุตบอลเกมแรกในปี 1995 ผมจำไม่ได้ว่าตอนนั้นแมนฯยูฯ ลงเตะกับทีมอะไร ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเกมที่เจอกับเอฟเวอร์ตัน สิ่งที่ผมรู้สึกได้ว่า ทำไมผู้รักษาประตูคนนี้ของยูไนเต็ดทำไมถึงเก่งนักวะ !!! ลีลาการเซฟประตู การหยุดลูกยิงต่าง ๆ ของกองหน้ายุคนั้น ไม่ว่าจะเป็น อลัน เชียร์เรอร์, คริส ซัตตัน, แมทธิว เลอ ทิสซิเอร์, สแตน คอลลีมอร์ และอื่น ๆ  อีกมากมาย ชไมเคิลสามารถป้องกันประตูได้อย่างยอดเยี่ยม และท้ายที่สุด โกล์ยักษ์ใหญ่จากเดนมาร์กก็ได้รับการยกย่องขึ้นแท่นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลก เหนือโอลิเวอร์ คาห์น ที่สุดยอดไม่แพ้กันในยุคนั้นได้อย่างราบคาบ และช็อตประวัตติศาสตร์นั่นคือ เกมนัดชิงฟุตบอลยุโรป 1999 กับบาร์เยิร์น ด้วยลีลาการตีลังกาฉลองการดีใจ

ช็อตประทับใจ : พาลูกทีมชูถ้วยบิ๊กเอียร์พร้อมป๋าเฟอร์กี้ ในชัยชนะเหนือบาร์เยิร์นที่ คัมป์ นู

 

 

 

 

 

 

 

คีโนกับถ้วยแชมป์พรีเมียร์ ชิพ

รอย คีน

(ย้ายจาก นอตติงแฮม ฟอร์เรสต์ ปี 1993 สนนค่าตัว 3.75 ล้านปอนด์)

สำหรับรอย คีน ค่าตัวของเขาเคยเป็นสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในเกาะอังกฤษ มาแล้ว นักเตะคนนี้ แฟน ๆ ยุคใหม่ก็น่าจะพอทราบกันว่าเคยเป็นอดีตกัปตันผู้ยืนยงอีกคนหนึ่งของทีม โดยคีนได้รับปลอกแขนกัปตันทีมต่อจากเอริค คันโตนา ก่อนที่จะส่งทอดต่อมาถึงแกรี่ เนวิลล์ เรื่อยมาจนถึงเนมันยา วิดิช แน่นอนว่านับตั้งแต่คีนย่างก้าวเข้าสู่รั้วโรงละครแห่งความฝัน เขาคือนักเตะที่ทุ่มเทให้กับสโมสรมากที่สุด ความมุ่งมั่น ได้ส่งผ่านมาถึงรุ่นน้องหลายคนของทีมในเวลาต่อมา ด้วยตำแหน่งที่คีนเล่นนั่นคือมิดฟิลด์ตัวรับ เราอาจจะติดภาพความเป็นขาโหดของคีโน่ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าปะทะ การเสียบสกัด แต่นั่นเป็นแค่บุคลิกภายในสนาม ส่วนในนอกสนามเขาเป็นคนเงียบ ๆ และไม่ชอบสุงสิงกับใครมากนัก ดังนั้นคีโน่แทบไม่เคยตกเป็นข่าวฉาวบนหน้าหนังสือพิมพ์เลย ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์ก็ตาม

ลีลาดุเด็ดเผ็ดมันของ 2 คนนี้ ถูกยกขึ้นเป็นตำนานไปแล้ว

ช็อตประทับใจ : ฟาดแข้งดุเด็ดเผ็ดมันกับปาทริก วิเอร่า

 

 

นักเตะบัลลงดอร์ คนล่าสุดของยูไนเต็ด

คริสติอาโน โรนัลโด

(ย้ายจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน  ปี 2003 ค่าตัว 12.24 ล้านปอนด์)

ใครจะไปเชื่อว่านักเตะผอมแห้งแรงน้อย ตัวบาง ๆ เอาแต่สับขาหลอกอย่างคริสติอาโน โรนัลโด จะก้าวขึ้นมาเป็นสุดยอดนักเตะของโลก การซื้อตัวโรนัลโดของเซอร์ อเล็กซ์ เป็นการซื้อตัวที่ค่อนข้างเสี่ยง และเดิมพันสูงไม่น้อย เวลาของโรนัลโดกับป๋าเฟอร์กี้มาประจบกันโดยบังเอิญ ในเกมอุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาล ที่แมนฯยูฯ ไปเล่นกับสปอร์ติง ลิสบอน และเกมนั้นเจ้าหนูโรนัลโดฉายแววด้วยการหลอกให้แกรี่ เนวิลล์ แบ็กขวาของทีมต้องหัวปั่น และหลังจบเกม เนวิลล์ ได้กระซิบบอกป๋าเฟอร์กี้ว่า เจ้าหนูคนนี้เราต้องสอยมาร่วมทีมนะ ป๋าก็เลยจัดให้ว่ากูก็อยากได้นะ

แต่ก็นั่นแหละครับ กว่าที่โรนัลโดจะโชว์ความเก่งกาจของตัวเองก็ต้องใช้เวลานานหลายปี ผมกล้าท้าพนันเลยว่าแฟนผีเองที่เห็นฟอร์มโรนัลโด้ก่อนที่จะเทพ ต่างก็บ่น ด่า เซ็ง กับนักเตะรายนี้ว่า จะสับไปถึงไหนวะ ? จ่ายบ้างสิโว้ย ! และดูเหมือนว่าการเดิมพันของป๋าเฟอร์กี้ก็ดันถูกรางวัลที่ 1 บิ๊กจัมโบ้ซะด้วย เมื่อโรนัลโด้สามารถค้นพบฟอร์มการเล่นของตัวเองว่าควรจะเล่นอย่างไร และในฤดูกาล 2007/08 โรนัลโด้ก็เลยอัดประตูเบา ๆ โดยยิงไปทุกถ้วยทุกรายการแค่ 42 ประตูเท่านั้นเอ๊งงงง และที่สำคัญเจ้าหมอนี่ไม่ได้เล่นกองหน้าด้วยนะ ตำแหน่งจริง ๆ คือตำแหน่งปีก ส่วนที่อยู่ปัจจุบันของโรนัลโด้ได้ย้ายไปเล่นให้กับเรอัล มาดริด ทีมโปรดของเขาในวัยเด็ก โดยการย้ายทีมออกจากยูไนเต็ดครั้งนั้น โรนัลโดย้ายออกไปด้วยค่าตัวสถิติโลก 80 ล้านปอนด์

ช็อตประทับใจ : ยิงกระหน่ำถึง 42 ประตู จากทุกถ้วย และพาทีมเถลิงบรรลังแชมป์ยุโรปครั้งที่ 2 ของป๋าเฟอร์กี้ และยูไนเต็ดเป็นสมัยที่ 3

 

 

ไม่มีใครที่จะลืมลูกยิงประวัติศาสตร์ของโซลชา ที่คัมป์ นู

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

(ย้ายจาก โมลด์ ปี 1996 สนนราคา 1.5 ล้านปอนด์ )

คนที่ 4 เป็นคนที่ผมเลือกยากมากที่สุด เนื่องจากในหัวผม รู้สึกว่ายาป สตัม สุดยอดปราการหลังตัวแกร่งของทีม ก็เหมาะสมให้เป็นนักเตะที่ควรถูกเลือก ขณะเดียวกัน รุด ฟาน นิสเตลรอย หัวหอกจอมพังประตูก็เป็นอีกคนหนึ่งที่น่าจะถูกรับเลือกจากผมเช่นกัน แฮ่ม 🙂

แต่จนแล้วจนรอด ผมก็ไม่อาจหาญที่จะกาชื่อของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกไป นักเตะคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ยิงประตูได้มากมายเป็นกอบเป็นกำ เป็นซุปเปอร์ซับช่วยทีมเก็บชัยชนะในยามคับขันได้เสมอ แต่นักเตะคนนี้คือ นักเตะที่ซื่อสัตย์ และรักสโมสรแห่งนี้มาก ครั้งหนึ่งโซลชาเกือบที่จะย้ายไปร่วมทีมสเปอร์สอยู่แล้ว แต่โซลชาก็ปฏิเสธที่จะย้ายครั้งนั้น และป๋าเฟอร์กี้เองก็ไม่เคยคิดจะขายนักเตะคนนี้ออกไป ซึ่งโซลชาได้เปิดเผยภายหลังว่า ถ้าครั้งนั้นเขาย้ายออกจากแมนฯยูฯ ไป นั่นจะกลายเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต  และจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโซลชานั่นคือ การอยู่ถูกที่ถูกเวลา เมื่อถูกส่งลงสนาม แม้ว่าสถิติการเล่นเป็นตัวจริงจะยิงประตูได้น้อยกว่าเป็นตัวสำรอง แต่เขาก็ไม่เคยบ่นว่าทำไมถึงต้องถูกส่งเป็นตัวสำรอง และจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของเขานั่นคือใบหน้าอันเยาว์วัย จนถูกเรียกว่า “Baby-Faced Assassin” หรือ เพชรฆาตหน้าทารก นั่นเอง

ตำนานหมายเลข 20 จะอยู่กับทีมและใจแฟนบอลตลอดไป

ช็อตประทับใจ : ประตูชัย 2-1 เหนือบาร์เยิร์น มิวนิค ที่เชื่อเหลือเกินว่าแฟนผีทุกตนที่ขายวิญญาณจะไม่มีวันลืมเขาผู้นี้, ใช้เวลาเพียงน้อยนิดในการทำ 4 ประตู นัดที่ถล่มนอตติงแฮม ฟอร์เรสต์ 8 -1 “20 LEGEND

เดอะ คิง ผู้บุกเบิกความสำเร็จของแมนฯยูฯ

เอริค “เดอะ คิง” คันโตนา

(ย้ายมาจาก ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 1992 สนนค่าตัว 1.2 ล้านปอนด์)

นี่คือสุดยอดนักเตะคู่บารมีของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถึงแม้ว่าช่วงชีวิตในการเล่นของเขากับยูไนเต็ดจะไม่ยาวนาน เพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ชายคนนี้ถูกยกย่องให้ขึ้นชั้นตำนาน พร้อมกับฉายา เดอะ คิง!!

ผมเชื่อและหลายคนก็คงจะเชื่อว่า ถ้าในวันนั้นป๋าเฟอร์กี้ ไม่ตัดสินใจดึงตัว เอริค คันโตนามาจากลีดส์ และโฮเวิร์ด วิลกินสัน ไม่ตัดสินใจโทรหาเซอร์ อเล็กซ์ เพื่อขอซื้อเดนิส เออร์วิน เราก็คงจะไม่มีวันได้เห็นเอริค คันโตนา ที่มาพร้อมกับความสำเร็จอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็น 2 ครั้งกับเอฟ เอ คัพ และ 4 สมัยกับพรีเมียร์ชิพ ถ้าหากจะกล่าวว่าคันโตนาคือผู้นำ และสร้างแรงกระเพื่อมในห้องแต่งตัวของยูไนเต็ดก็ไม่ผิดนัก เมื่อชายคนนี้มีความกระหายที่ต้องการพิสูจน์และสร้างความสำเร็จให้กับทีม เหมือนอย่างเจ้านายของเขาอย่างเซอร์ อเล็กซ์

และด้วยคาร์แรคเตอร์ประจำตัวของเขา ใคร ๆ ต่างก็ยกเอาคันโตนาเป็นตัวอย่าง แต่เราก็ได้เห็นคันโตนาโลดเล่นอยู่บนฟลอร์หญ้าได้ไม่นาน เมื่อคันโตนาตัดสินใจเลิกเล่นอย่างกระทันหันเมื่อปี 1997 ด้วยวัย 30 ปี

ช็อตประวัติศาสตร์ในวงการลูกหนังเมืองผู้ดี

ช็อตประทับใจ : ยกปกเสื้อคอตั้ง แฟนแมนฯยูฯ ยุคนั้นใครที่เตะฟุตบอล ต้องยกคอเสื้อตั้งแบบคันโตนา และกระโดดถีบแมทธิว ซิมมอน แฟนบอลปากมอมของคริสตัล พาเลซ

และทิ้งท้ายก่อนจบ Entry นี้ นั่นคือ 11 สุดยอดนักเตะตลอดกาล จัดโดยใจของผมเอง

ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

ประตู – ปีเตอร์ ชไมเคิล

กองหลัง – แกรี เนวิลล์, ยาป สตัม,  เนมันยา วิดิช, เดนิส เออร์วิน

กองกลาง – เดวิด เบ็คแฮม, พอล สโคลล์, รอย คีน, โรนัลโด

กองหน้า – รุด ฟาน นิสเตลรอย, โอเล่ กุนนาร์ โซชา

Tagged ,